วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เรื่องอนาคตของชมรมศึกษา ควรเริ่มจากก้าวแรกแค่เอื้อมก่อน

   ในระหว่างงานผ้าป่าหนังสือเพื่อเด็กรักป่า สมาชิกชมรมมองเห็นผลสำเร็จที่เกิดขึ้น จึงเกิดแนวคิดต่อไปว่า จะทำกิจกรรมต่อไปอย่างไรดี จึงจะมีความชัดเจนมากขึ้น มีข้อเสนอถึงการจดทะเบียนให้เป็นทางการมากขึ้น การตั้งกองทุน การเปิดบัญชีกองทุน ฯลฯ

photo witayakornclub



    รายละเอียดต่างๆ สมาชิกชมรมหลายท่าน ขอเวลาไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม

       มีผู้ร่วมเสนอความคิดเห็นผ่านมาทางผู้สื่อข่าวว่า ก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนที่เป็นทางการ ในตอนนี้สามารถเตรียมการในบางส่วนรอเอาไว้ก่อนได้

    - ร่างวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนมากขึ้น

    - เสาะหาสมาชิก ทีมงาน รวบรวมรายชื่อ เขียนเอาไว้ ว่าใคร ประธาน, กรรมการ, เลขานุการ, ทีมงานฝ่ยาต่างๆ, เครือข่าย ฯลฯ จัดเตรียมทีมงานที่เข้าใจวัตถุประสงค์ชัดเจนไว้เลย

photo witayakornclub



        เตรียมรูปแบบการดำเนินการเหมือนองค์กรที่มีรูปแบบที่ชัดเจนได้เลย เพียงแต่ว่า ทางชมรมยังไม่ได้ดำเนินการเรื่องเอกสารตามขั้นตอนเท่านั้นเอง

photo witayakornclub

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ขอบคุณกลุ่มคูบ้านบอก จาก ม.ราชภัฏบุรีรัมย์

   จุดเริ่มต้นของงานผ้าป่าหนังสือเพื่อเด็กรักป่า กลุ่มที่ร่วมจุดประกายจนงานสำเร็จลงได้ด้วยดี แม้ในบางช่วงจะพบกับอุปสรรคบ้างก็ตาม ต้องขอขอบคุณ น้องสาว และน้องชายจากบุรีรัมย์ ทีมนี้ คูบ้านนอก

photo



photo





ธราดล สิงห์สูงเนิน (ไก่) +66856780731
ปฏิพัฒน์ ผมทอง (หน่อง) +6685  3020665
จุรีภรณ์ เหลืองประเสริฐ (แจง) +66834690055
กัลยาณี ตอรัมย์ (ต้อม) +66837420019
นุชจรี สวัสดิ์วงศ์ (ป๋อม) +66837982214
บุปชาติ ฝากไธสง (ชาติ) +66801737830
พุทธิดา ธิราชรัมย์ (หนิง) +66811481772
ยุรีรัตน์ แพงนอก (ยุ) +66860124369
นันทิดา ศรีสุพรรณ (ลิง) +66862655840

photo





 พี่บอน : ถ้าไม่มีพวกน้องๆกลุ่มคูบ้านนอก  ร่วมทีม ร่วมกระตุ้น งานคงไม่สำเร็จเหมือนอย่างนี้ เพราะเป็นน้องที่รู้ใจ และเข้าขา สนิทสนมกันมาก อย่างน้องแจงเนี่ย ดูๆไปยังนึกเลยว่า เป็นน้องสาวของคุณนิดเสียอีก เพราะมีหลายอย่างเหมือนกันมาก โดยเฉพาะเวลาโกรธนี่ ชัดเลย

photo

ความต่างของห้องสมุดใน กทม. และในชนบท แรงกระตุ้นของประธานชมรม

คุณนิด มีโอกาสได้ไปเห็นห้องสมุดแห่งหนึ่งที่ central world กทม. มีสื่อความรู้ทุกอย่างพร้อมสมบูรณ์ เธอเห็นแล้ว นึกถึงห้องสมุดในชนบท ทำไมช่างแตกต่างกันมากถึงเพียงนี้


ทำไมถึงไม่ทุ่มเทงบประมาณลงไปในชนบท เพื่อที่จะได้มีห้องสมุดและแหล่งความรู้ดีๆเหมือนใน กทม .บ้าง  นี่หรือเมืองไทย

นี่คือ ประเด็นหนึ่งที่คุณนิด คุยโทรศัพท์กับคุณประภาวัลย์ พิณราช หรือ อ.หมู จาก ว.สาสุขสิรินทร สุพรรณบุรี กัลยาณมิตรที่สำคัญคนหนึ่งของเธอ

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

จัดทำเวบไซต์รวบรวมข้อมูลกิจกรรมผ้าป่าหนังสือเพื่อเด็กรักป่า 2551




แม้งานผ้าป่าหนังสือเพื่อเด็กรักป่าจะเสร็จสิ้นไปอย่างดี และผ่านพ้นไปแ้ล้ว

แต่ได้มีการรวบรวมข้อมูลไว้ในเวบไซต์ เพื่อสะดวกในการเปิดดูข้อมูลที่ต่อเนื่องกันในที่เดียว



สามารถเข้าไปชมข้อมูล ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอของโครงการครั้งนี้ได้ที่



http://dekrakpa51.blogspot.com/

พลังแห่งวิสัยทัศน์ มุมมองในการสร้างทีมงานเพื่อสังคมจากพลังนักศึกษา (สำเนาจาก mblog)

         ในการทำงานเพื่อสังคมที่ต้องใช้จิตใจ จิตอาสา ความเชื่อมั่นศรัทธาเป็นหลัก กว่าที่จะสร้างทีมงาน ที่รู้ใจเข้าใจกันได้นั้น ย่อมใช้เวลาพอสมควร ต่างจากทีมงานของบริษัท หรือหน่วยงานต่างๆ ที่แค่ประกาศรับสมัครตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องการ พร้อมระบุค่าตอบแทนไว้ชัดเจน   
     
        นี่คือ แง่มุมหนึ่งของคนทำงานเพื่อสังคม ที่หลายฝ่ายมองว่า ดี แต่ไม่มีโอกาสได้ร่วมมือ ช่วยเหลือมากนัก     

    เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา คุณนิด ได้พบกับนักเขียนในดวงใจ วิทยากร เชียงกูล เจ้าของบทกวี "ฉันจึงมาหาความหมาย" เป็นจุดเริ่มต้นที่เธอได้ตั้งชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล และทำเวบไซต์ http://witayakornclub.wordpress.comจุดเริ่มต้นแค่การเผยแพร่ผลงานของวิทยากร เชียงกูล ทาง Internetเท่านั้น  เมื่อมีโอกาสได้พบปะกับนักเขียนในดวงใจครั้งต่อมา ความฝันที่อยากจะทำกิจกรรมเพื่อสังคมที่คิดไว้ ถูกจุดประกายขึ้นมา คุณนิดคิดตรงกับ อ.วิทยากร เชียงกูล จึงเดินตาม ทำตามความฝันให้เป็นจริง เดินไปหาคนที่รู้จักคุ้นเคย อีก 2 คน ชวนมาเป็นสมาชิกชมรมฯ   

      " การมีวิสัยทัศน์ เป็นภาพที่ชัดเจน ที่มองอนาคต สะท้อนความปรารถนา ความใฝ่ฝัน และความตั้งใจที่จะไปให้ถึงภาพนั้นด้วยความเชื่อมั่นว่าจะสามารถไปถึงได้ จึงเกิดความคิดในการตั้งเป้าหมายที่ไม่สูงหรือเสี่ยงจนเกินไป  แต่ก็ไม่ต่ำหรือนิ่งเฉยจนเกินไป คือ ไม่เกินตัวแต่ท้าทายศักยภาพที่มีอยู่และที่จะมีเพิ่มในอนาคตด้วย"    

         1 ปีที่แล้ว คุณนิดได้รู้จักกับน้อง ม.ราชภัฏบุรีรัมย์ปี 4 ซึ่งหลังจากที่คุยกันได้ไม่นาน น้องก็บอกว่า "หนูชอบพี่มากเลยค่ะ"  จากวันนั้น กลายเป็นความสนิทสนม ช่วยเหลือดูแล สนับสนุนกันมาหลายเรื่อง จนคุณนิด ทำโครงการผ้าป่าหนังสือเพื่อเด็กรักป่า น้องของเธอก็เป็นแรงสนับสนุนสำคัญ ทั้งดึงเพื่อนมาช่วยงาน ช่วยหาเงินแจกซองผ้าป่าเป็นจำนวนมาก ร่วมสมทบทุนโครงการ แม้จะถูกคุณนิดโทรติดตามงานด้วยความละเอียดรอบคอบจนเครียดกันบ้าง แต่น้องๆ ม.ราชภัฏบุรีรัมย์ไม่ถอดใจ  แม้ว่าเพื่อนที่ชวนมาร่วมทีมจะถอดใจออกจากทีมไปแล้ว แต่น้องก็ช่วยงานจนพบกับความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

  photo          

     กุนซือของคุณนิด บอกว่า ในเมื่อก้าวต่อไป จะมีการขยายงาน ขยายเป้าหมายใหญ่กว่าเดิม ย่อมต้องมีทีมงานคู่ใจที่ไว้ใจได้  และครองหัวใจกันแบบนี้ พร้อมลุยงานด้วยกัน เท่าที่จะสามารถช่วยเหลือได้ ไม่ต้องไปหาอื่นไกลหรอก หาจากคนที่ได้พบและได้รู้จักนั่นแหละ ค้นหาจากพลังนักศึกษา ที่ได้รู้จักคุณนิด ชื่นชอบ ประทับใจในช่วงงานผ้าป่านั่นแหละ เป็นต้นทุนที่นำมาต่อยอดได้ ซึ่งเมื่อมองจากรูปแล้ว เห็นมีน้องๆบางคนที่ใช่เลย...



      น้องนักศึกษาหลายคนได้ถูกจุดประกายจากงานที่ได้มาร่วมนี้แล้ว แค่เข้าไปเติมความฝัน ความประทับใจให้เด่นชัด จะได้ทีมงานที่รู้ใจของตัวเองขึ้นมา  แล้ว..  

       สร้างเครือข่าย --->ขยายงาน     

    ด้วยน้องๆเพียงไม่กี่คนนี่เอง ที่เริ่มจากประทับใจกัน ถ้าชื่นชอบ และรู้ใจกันเพิ่มขึ้น คนเพียงไม่กี่คนนี่เอง ที่จะช่วยเหลือในหลายๆเรื่อง อย่างมากมายในอนาคต 

ที่มา
http://mblog.manager.co.th/bonkalasin/th-19510/

คุณนิด ติดต่อประสานงานกับน้องออย จาก ม.รังสิตแล้ว

      คุณนิดมีโครงการที่จะจัดกิจกรรมกับโรงเรียนบ้านภูดิน ซึ่งในวันทอดผ้าป่านั้น ได้มาร่วมรับมอบหนังสือส่วนหนึ่งด้วย  สำหรับโครงการต่อไป ย่อมที่จะต้องมีทีมงานที่จะมาร่วมงานกัน เพื่อสานฝันให้เป็นจริง

         คุณนิดได้โทรติดต่อกับน้องออย แห่ง ม.รังสิต สอบถามความรู้สึกที่ได้มาร่วมงานผ้าป่าหนังสือ ซึ่งน้องออยบอกว่า ประทับใจมาก ไม่เคยได้ร่วมกิจกรรมแบบนี้มาก่อนเลย ซึ่งยินดีถ้าจะได้มีโอกาสร่วมงานในลักษณะนี้อีกครั้ง คุณนิดจึงแจ้งว่า วันเสาร์ที่ 5 ก.ค.นี้ จะแวะเข้าไปใน กทม. จะแวะไปเยี่ยมน้องออยด้วย ซึ่งน้องออยก็ยินดีอย่างยิ่ง และจะได้รวบรวม สอบถามเพื่อนในกลุ่มต่อไป

อาจารย์ โรงเรียนทัพกระบือ โทรมาสอบถามและขอบคุณเรื่องเงินบริจาค 4000 บาท

       หลังจากงานผ้าป่าหนังสือ ที่ได้มีการมอบหนังสือและเงินบริจาคสนับสนุนกิจกรรมของห้องสมุด จำนวน 4000 บาทนั้น วันนี้ (2 ก.ค.) ทางครูจากโรงเรียนบ้านทัพกระบือ ได้โทรมาสอบถามคุณนิดว่า ในส่วนของเงินที่ได้รับจำนวน 4000 บาท เป็นเงินส่วนตัวของคุณนิดหรือเปล่า ซึ่งคุณนิดอธิบายว่า เป็นเงินที่ได้จากกองผ้าป่า มอบให้ทางโรงเรียนไปใช้สอยเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของห้องสมุด ทางครูจากทัพกระบือจึงแจ้งว่า จะได้จำเงินไปจัดซื้อสิ่งของสำหรับห้องสมุดและขอเขียนไว้ในสิ่งของนั้นว่า ได้รับบริจาคจากทางชมรมศึกษาผลงาน วิทยากร เชียงกูลไว้ด้วย ซึ่งคุณนิดแจ้งว่า เร็วๆนี้ จะได้ไปเยี่ยมโรงเรียน เพื่อติดตามงานต่างๆหลังจากที่ได้มอบหนังสือให้แล้ว เพื่อไปถ่ายรูป และรายงานข้อมูลให้ผู้ที่ร่วมทำบุญบริจาคให้ได้รับทราบว่า หนังสือ และปัจจัยต่างๆ ได้ส่งถึงทางโรงเรียนอย่างไร และนำไปใช้อย่างไรบ้าง

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

คุณบอนแนะให้คุณนิดสานต่อความประทับใจ สร้างเครือข่าย ขยายงาน

     หลังจากงานผ้าป่าหนังสือเสร็จสิ้นลงไปตามเป้าหมาย ได้มีการหารือถึงการขยายงาน การจดทะเบียนชมรม และการทำงานที่เป็นรูปแบบที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งรายละเอียดต่างๆ แต่ละคนขอเวลาไปหาข้อมูลเพิ่มเติมกันก่อน

        คุณบอน  เลยให้คำแนะนำคุณนิดว่า ควรจะหาโอกาสไปพบปะนักศึกษาที่ได้มาร่วมงานนี้ และประทับใจกับกิจกรรมที่ได้เข้าร่วม เช่น นักศึกษา 2-3 คน จาก ม.รังสิต ที่แสดงความชื่นชอบประทับใจในตัวคุณนิด  และอยากที่จะร่วมกิจกรรมกับคุณนิด ควรจะสานต่อความประทับใจ ซึ่งคุณนิดสามารถที่จะช่วยดูแล ให้คำแนะนำ และแนวทางในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว เช่นเดียวกับที่คุณนิดได้รู้จักกับ น้องๆจาก ม.ราชภัฏบุรีรัมย์ ซึ่งแสดงความชื่นชอบและประทับใจในตัวคุณนิดตั้งแต่พบกันครั้งแรกเมื่อ 1 ปีที่แล้ว เมื่อติดต่อกันเรื่อยมาจนถึงวันนี้ น้องๆจาก ม.ราชภัฎบุรีรัมย์ได้เป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือคุณนิด ในฐานะทีมงานที่สำคัญเลยทีเดียว

น้องเดียร์ ติดต่อขอมาฝึกงานกับพี่นิด

      ควันหลงจากงานผ้าป่าหนังสือเพื่อเด็กรักป่า หลังจากเสร็จจากงานในช่วงบ่ายวันที่ 28 มิ.ย.แล้ว คุณนิดประธานชมรม ได้เดินทางกลับบุรีรัมย์มากับรถบัสของ ม.มหาสารคาม เมื่อรถบัสมาถึงบุรีรัมย์ จอดใกล้กับบริเวณบ้านพักของคุณนิดแล้ว คุณนิดได้ลุกขึ้นกล่าวอำลา และประกาศว่า ใครสนใจจะมาฝึกงาน เรียนรู้การใช้โปรแกรม Arcview GIS ก็ติดต่อคุณนิดได้เลย

        น้องเดียร์ แห่ง มมส. เลยโทรติดต่อกลับมายังพี่นิด โดยไปขอเบอร์กับคุณพนัส ปรีวาสนา และบอกว่า อยากมาฝึกงานที่สถานีพัฒนาที่ดินบุรีรัมย์ อยากเรียนรู้การทำงานกับพี่นิด เพราะรู้สึกถูกชะตา สัมผัสได้ถึงความจริงใจ ไว้ใจ เชื่อมั่น ซึ่งพี่นิดก็โอเค  แต่ก็เสนอว่า น้องเดียร์สามารถที่จะฝึกงานในที่ใกล้ๆบ้าน เช่นที่ขอนแก่นได้ แต่น้องเดียร์แจ้งว่า อยากฝึกงานกับพี่นิด

        พี่นิดบอกว่า ได้เลย แต่พี่นิดอยู่ประจำที่สำนักงานตลอด ในช่วงที่จะต้องลงพื้นที่จะให้ไปกับนักวิชาการเกษตรละกัน ซึ่งน้องเดียร์ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด